(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Part 2

posted on 02 Jun 2010 00:51 by jaypark-mylove

 

 

 

 

(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Part 2

Couple : Jay & a girl

Writer : Pimnara Park

Rate : PG-13

 

**ฟิคเรื่องนี้และอาจจะอีกหลายเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด...โปรดใช้วิจารณญานนนนนในการอ่านนะจ๊ะรับไม่ได้กดปิดค่ะ^-^**

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Part 2 

คนอ่านควรเข้าใจไรเตอร์นะคะ...ว่าไรเตอร์ดวกเบาๆ555

 

 

ภายใต้ค่ำคืนอันมืดมิด...เย็นฉ่ำกับสายฝนกระหน่ำโปรยปรายจากท้องฟ้า...ไร้ซึ่งดวงดาวระยิบระยับสวยงามให้ใครบางคนได้แหงนคอมองอย่างชื่นชมมาหลายคืนวันแล้ว...ไอหมอกบางเบาลอยละล่องอยู่ทั่วบริเวณพื้นผิวถนนที่สายฝนเทลงมากระทบ...ทุกหยาดหยดแตกกระเซ็นเป็นเม็ดเล็กเม็ดน้อย...ละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว...แตกสลายไปคนละทิศทาง...ไม่มีวันหวนกลับมาพบเจอและหลอมรวมกันเป็นหยดน้ำหยดเดิมได้อีกต่อไป...ไม่มีวันกลับมาบรรจบกันไปตลอดกาล

ดวงตาคมเฉี่ยวทอดมองม่านสายฝนภายนอกตัวบ้านนิ่งนาน...เหม่อมองผ้าม่านสายน้ำผืนใหญ่ผืนนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย...ไม่มีการขยับเคลื่อนไหวใดๆของร่างกายมาเกือบสิบนาทีแล้ว...และเขาคงใช้เวลาดื่มด่ำกับมันมากกว่านั้นหากแสงไฟหน้ารถคันหนึ่งไม่สาดส่องมากระทบดวงตาเข้าซะก่อน...เป็นการยุติช่วงเวลาเงียบสงบที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

ดวงตาทั้งสองดวงปิดลงรวดเร็วด้วยไม่อาจต้านทานแสงไฟสว่างจ้าสองดวงนั้นได้...เพียงชั่วครู่ก็ค่อยๆปรือเปิดมันขึ้นมาอีกครั้งก่อนหรี่มองให้แน่ใจว่ารถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านคันนี้ใช่คันเดียวกันกับที่เขารอคอยหรือไม่...ที่สุดริมฝีปากแดงระเรื่อก็ยักยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย...เมื่อทั้งเสียงและลักษณะของรถคันนั้นไม่ได้แตกต่างจากรถที่ตนเองกำลังรอคอยแม้แต่น้อย

" แม่ครับผมไปก่อนนะ! เพื่อนมารับแล้ว! "

เสียงทุ่มหูร้องตะโกนบอกผู้เป็นมารดาที่เดินไปเดินมาอยู่ภายในตัวบ้าน...ใบหน้าที่ดูละม้ายคล้ายกันราวโขลกออกมาจากแป้นพิมพ์เดียวแตกต่างเพียงแค่เพศและวัย...รีบหันไปมองร่างสันทัดของลูกชายคนโตที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน...รีบเอ่ยปากร้องเรียกเอาไว้ก่อนที่ร่างนั้นจะวิ่งฝ่าสายฝนโปรยกระหน่ำออกไปจากบ้านด้วยความเป็นห่วงเป็นใยมากมาย

" ฝนตกขนาดนี้จะไปไหนอีกละลูก...แล้วจะกลับมานอนบ้านมั้ยพรุ่งนี้ไปนิวเจอซี่นี่ลูก?เจย์! "

" อ๊า!ครับๆไม่กลับครับแม่...ผมจะนอนบ้านเพื่อนเลยคงปาร์ตี้กันยาว " ชายหนุ่มหันกลับมาตอบมารดาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน...ลำขาแกร่งกำลังจะขยับวิ่งออกไปขึ้นรถ...หากทว่ามารดาก็เรียกไว้อีกครั้ง

" เดี๋ยวๆ! มันจะเปียกเอานะลูก...เดี๋ยวแม่หยิบร่มให้นะ " พูดพลางจะเดินตรงไปยังห้องเก็บของเล็กๆที่อยู่มุมซ้ายสุดของบ้าน...แต่ชายหนุ่มร้องห้ามไว้ก่อน

" แม่คร๊าบบบบ!ไม่ต้องหรอกแม่...วิ่งไปแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอกผมไปแล้วนะ " บอกขำๆก่อนจะวิ่งฝ่าเม็ดฝนไปยังรถที่จอดรออยู่ในทันที...ไม่หันกลับมาสนใจคำร้องเรียกจากมารดาอีก...ปล่อยให้มารดาบ่นกระปอดกระแปดไปตามเรื่องตามราวอยู่เพียงคนเดียว

" ดื้อจริงๆลูกคนนี้...ตากเข้าไปฝนน่ะเดี๋ยวได้ไม่สบายมาอีกหรอก...เดือดร้อนชั้นต้องหายูกยาให้!... " ปากบ่น...แต่สายตามองตามแผ่นหลังหนาแกร่งของลูกชายตาไม่กระพริบ...กระทั่งแผ่นหลังนั้นลับหายเข้าไปในรถ...รอจนรถคันนั้นเคลื่อนออกจากบริเวณบ้านไปจึงขยับปากพร่ำบ่นอีกรอบ...คล้ายหงุดหงุดในตัวลูกชายเหลือแสน

" แล้วหมู่นี้ก็ออกเที่ยวจังเลย...ไปมันทุกวันน่ะเมื่อคืนก็ไปค่ำนี้ก็ไปอีกละทั้งๆที่พรุ่งนี้ต้องเดินทาง...อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้... "

" ใช้ชีวิตแบบนี้ชั้นอยากจะแช่งให้มันกลับมานอนซมเพราะพิษไข้เป็นอาทิตย์ไปเลย! "

 

" บ่นไรอ่ะแม่? "

เสียงของลูกชายคนเล็กดังขึ้นก่อนตัว...ก่อนร่างสูงเพรียวกว่าผู้เป็นพี่ชายหลายเซนติเมตรจะวิ่งดุ๊กๆลงบันไดมาจากชั้นสองผ่านหน้ามารดาไปที่ห้องครัวแล้วเปิดตู้เย็นค้นหาบางอย่างเพียงครู่ก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแอปเปิ้ลผลโต...เจ้าตัวกัดกินมันอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่คิดจะล้างมันก่อนด้วยซ้ำ...ไม่วายหันมาเลิกคิ้วถามมารดาในสิ่งที่เขาได้ถามทิ้งไว้เมื่อครู่

" หูดีจริงนะ... " มารดาว่าพลางมองลูกชายตาคว่ำ...ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวและหยุดยืนตรงซิงค์ล้างจานที่มีจานชามกองอยู่เต็มไปหมด

" อ้าว! เสียงแม่เบาที่ไหนกันเล่า...แล้วก็ชอบบ่นลับหลังพี่อยู่เรื่อยเวลาพี่อยู่บ้านน่ะไม่เคยบ่นให้ได้ยินหรอก "

พูดคล้ายแง่งอนมารดาเล็กๆด้วยรู้สึกว่าในบางครั้งบางทีพี่ชายของเขาก็ถูกดูแลถนุถนอมจิตใจมากกว่าตัวเขาซะอีก...โดยเฉพาะระยะหลังๆมานี้...แต่ก็นั่นแหละ...ในเวลาอย่างนี้เขาเข้าใจดี...พี่ชายของเขากำลังต้องการความเข้าใจ...ต้องการอ้อมกอดแสนอบอุ่นจากคนเคียงข้างทุกคน...เขาเข้าใจดี...ถึงแม้ในบางครั้งจะแอบน้อยใจคิดมากอยู่บ้างก็ตาม

" ก็...เห็นหน้าพี่แกทีไรแม่ก็พูดไม่ออกทุกทีนี่นา... "

นางหมายถึงยามโมโหให้กับลูกชายคนโตในเรื่องเที่ยวหรือไม่ค่อยกลับบ้าน...ความจริงแล้วปากอยากบ่นอยากว่า...หากทว่าพอมองเห็นใบหน้าและแววตาที่ยังมีแววเศร้าสร้อยของลูกแล้วก็ต้องทำเป็นลืมๆไปซะบ้าง...อันที่จริงเจย์โตขนาดนี้โดยปกตินางไม่คิดจะพร่ำบ่นหรือห่วงใยจนเกินเหตุ...แต่เพราะเจย์กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก...นางจึงต้องการที่จะประคับประคองลูกคนนี้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายเหล่านี้ไปให้ได้...ที่สำคัญที่สุดเจย์ของนางไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไม่มีใครสนใจเหมือนเมื่อในอดีตอีกแล้ว...สายตาหลายคู่กำลังควานหาเจย์เพื่อผลประโยชน์บางอย่างของพวกเขา...และหากเจย์ทำอะไรพลาดผิดไปนิดเดียว...นางกลัวว่าซักวันมันจะกลายเป็นคมหอกคมดาบหันกลับมาทิ่มแทงให้ลูกชายของนางต้องเจ็บปวดและแบกรับมันอีกเป็นครั้งที่สอง...ซึ่งในฐานะมารดานางไม่ต้องการในเป็นเช่นนั้น

" พี่เขาก็เพิ่งออกไปถี่ๆช่วงหลังนี่เอง...บางทีผมก็งงนะเมื่อก่อนอยากให้พี่ออกจากบ้านจัง...ทีงี้ละทำบ่น...ยังไงของแม่เนี่ย? "

" ก็เอาให้มันพอดีซิ!...นี่อะไรไปทุกวี่ทุกวัน! "

มารดาพูดก่อนส่งค้อนให้ลูกชายตากลับข้อหาพูดมากและดักคอนางจนบ่นต่อไม่ถูกเอาเหมือนกัน...จีฮันกัดแอปเปิ้ลอีกคำก่อนยักไหล่ไม่สนอกสนใจท่าทีของมารดา...ก้าวเดินออกมาจากห้องครัว...ใกล้จะถึงบันไดอยู่แล้วแต่เมื่อคิดอะไรได้เขาก็ชะงักปลายเท้าเอาไว้และหันกลับมาถามมารดา

" เออแม่!ไอ้บ้านเยื้องๆเราไปสองสามหลังนั้นน่ะเพิ่งมีคนเข้ามาอยู่ใหม่เหรอฮะ? "

" ใช่...ย้ายมาเมื่อวานนี้เอง...ถามทำไม? " มารดาหยุดมือที่กำลังง่วนกับการล้างจานชามแล้วหันมามองลูกชายคนเล็กอย่างจับผิด...จีฮันทำหน้าทะเล้นน้อยๆก่อนตอบ

" เปล๊า!เห็นแว่บๆว่าลูกสาวเขาสวยดีเลยถามดู...แม่อย่ามองกันอย่างนี้น่า "

พูดแล้วก็วิ่งไวๆขึ้นชั้นบนไปอย่างรวดเร็ว...สายตาตำหนิติเตียนทอดมองตามแผ่นกลังกว้างของลูกชาย...แต่เพียงครู่เดียวสายตาคู่นั้นก็ถูกทดแทนด้วยแววอ่อนโยนและขำขันโดยที่ผู้เป็นลูกไม่อาจล่วงรู้...นางรู้ตัวว่าบางครั้งก็ดูจะละเลยลูกคนนี้ไปบ้าง...อาจเพราะจีฮันไม่เคยอยู่ห่างไกลครอบครัวข้ามทวีปเป็นเวลาหลายปีเช่นเดียวกับเจย์...อาจเพราะลูกคนนี้ไม่เคยมีภาระและปัญหาที่หนักอึ้งมากมายเท่าเจย์...หลายสิ่งหลายอย่างในยามนี้จึงดูคล้ายว่านางรักและใส่ใจพี่ชายมากกว่าในบางขณะ...และทำไมนางจะไม่รู้ว่าจีฮันน้อยใจ...ทำไมจะไม่รู้ว่าลูกชายคนเล็กคิดและรู้สึกอย่างไร...ในเมื่อนางอยู่ใกล้ชิดกับลูกคนนี้มากที่สุด...แต่นางก็เชื่อมั่นในตัวจีฮัน...นางเชื่อว่าจีฮันเข้มแข็งและโตพอที่จะเข้าใจทุกอย่างได้ดีด้วยตัวของเขาเองแล้ว

 ..........

.........................

.......................................

สายตาคู่หนึ่งจับจ้องใบหน้าเล็กเรียวขาวใสของเพื่อนต่างสีผิวผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะ...ขณะกำลังขับรถมุ่งหน้าไปบ้านเพื่อนที่วันนี้มีการจัดปาร์ตี้เล็กๆขึ้นอย่างที่เคยจัดอยู่เป็นประจำ...เพราะความนิ่งเฉยผิดปกติของเพื่อน...เพราะเสียงพูดคุยหัวเราะหยอกล้อกันภายในรถไม่มีเสียงของเพื่อนผิวขาวปะปนอยู่ด้วยดังเดิม...ซึ่งนั้นทำให้เขายังค้างคาใจอยู่

บางทีเพื่อนของเขาอาจจะยังขุ่นเคืองเรื่องที่เขากับโทนี่ล้อเล่นจนได้เรื่องเมื่อหลายวันก่อน...แม้อีกฝ่ายจะไม่เอ่ยถึงมันเลยก็ตาม...และถ้าหากเป็นเช่นนั้น...มันก็มีบางสิ่งที่เขาต้องการจะบอก...ไม่ใช่สิ!...มีบางสิ่งที่เขาต้องการพูดแก้ไขความเข้าใจผิดของเพื่อนรักคนนี้

หลายครั้งที่เหม่อมองออกไปยังท้องถนนเบื้องหน้าเพื่อให้การขับเคลื่อนรถยนต์ของตนไม่เสี่ยงอันตรายจนเกินไปนัก...แต่แล้วเมื่อถึงถนนสายเล็กๆเงียบสงัดไม่มีรถราสัญจรไปมามากมาย...ดวงตาคู่นั้นก็เสกลับมาจับจ้องเสี้ยวหน้าของเพื่อนผิวขาวที่นั่งตรงเบาะด้านหลังอีกครั้ง...พินิจมองใบหน้าเล็กเรียวที่เบือนออกไปจ้องมองสายฝนพร่ำภายนอกรถบ่อยๆ...และนานกว่าเดิม...ครั้งแล้วครั้งเล่าจนอีกฝ่ายรู้ตัวและนึกรำคาญหงุดหงิดใจมานานแล้วต้องเอ่ยปากถามออกมาดังๆ

" นายจะมองหน้าชั้นอีกนานมั้ยชาช่า!หงุดหงิดนะเว้ย! "

เสียงของชายหนุ่มทำให้เพื่อนตัวเล็กสองคนที่กำลังหยอกล้อกันสนุกสนานหุบปากฉับลงในทันที...จูเนียร์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับและเฮปที่นั่งข้างๆเจ้าของน้ำเสียงหงุดหงิดเมื่อครู่มองหน้ากันเลิ่กๆลั่กๆด้วยความงุนงงสงสัย...และความปากไวบวกความอยากรู้อยากเห็นของเฮป...ทำให้เขาโพลงถามเพื่อนทั้งคู่ออกไปโดยไม่คำนึงถึงบรรยากาศแสนตึงเครียดนั้นเลยแม้แต่น้อย

" เฮ้! มีอะไรกันเหรอบอกชั้นที?...บรรยากาศผิดปกติมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ! " เงียบ...ไม่มีเสียงคานตอบใดๆจากเพื่อนทั้งคู่...มีเพียงสายตาคมเฉี่ยวที่เหลือบมองใบหน้าของเฮปแว่บเดียวเท่านั้น...แต่แล้วก็เบือนหน้ามองออกไปนอกรถเช่นเดิม

" อ้าวเฮ้ย!ถามไม่ตอบกัน...มีอะไรกันวะ!"

" หุบปากน่าเฮป! นั่งเฉยๆไปเถอะนายน่ะ! "

จูเนียร์ที่พอรู้อะไรมาจากโทนี่บ้างพูดดักคอเพื่อนเอาไว้...พลางยื่นมือไปผลักศรีษะอีกฝ่ายแรงๆข้อหายุ่งเรื่องคนอื่นไม่ดูเวล่ำเวลา...ใช้นิ้วชี้ปาดลำคอตัวเองเป็นการขู่เมื่อเพื่อนตัวเล็กกว่ากำลังอ้าปากพูดบางอย่างอีกครั้งซึ่งก็ทำให้เฮปเลือกที่จะหุบปากเงียบแต่โดยดี

...........

.....................

" เอานะ..."

ชาช่าเอ่ยขึ้นในที่สุด...เมื่อบรรยากาศภายในรถมันเงียบสงัดเกินไป...เงียบจนเขารู้สึกอึดอัด

" ชั้นแค่อยากรู้เท่านั้นน่ะเจย์ว่านายเป็นอะไรไป?นายไม่เหมือนเดิม... "

ชะงักคำพูดไว้พลางเหลือบมองใบหน้าของเพื่อนด้วยความเกรงอกเกรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...เมื่อเพื่อนยังเงียบ...ชาช่าจึงพูดต่อไป

" ถ้าโกรธชั้นกับโทนี่ละก็...ชั้นเข้ามาปลดล็อคกุญแจห้องให้นายแล้ว...แต่...แต่นายกะ... "

ชาช่ากำลังจะบอกว่าที่จริงแล้วพวกเขาไม่คิดจะออกไปข้างนอกในคืนนั้น...มันเป็นการล้อเล่นสนุกๆ...หลอกว่าจะออกจากบ้านทั้งๆที่ยังอยู่ภายในบ้าน...แต่สุดท้ายก็ต้องหยุดการเล่นสนุกลงเพียงเท่านั้น...เมื่อพวกเขาคิดว่าการเงียบสงบไม่ร้องต่อว่าใดๆของเพื่อนผิวขาว...หมายความว่าเพื่อนของเขากำลังโกรธและสาปแช่งเขาทั้งคู่อยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของห้องนอน...เขายอมเปิดประตูให้หลังจากที่ภายในห้องเงียบเสียงไปเพียง 5 นาที...แต่ภาพที่พวกเขาได้เห็นหลังจากผลักบานประตูเปิดกว้าง...ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบรนรานถอยห่างออกมาจากประตูบานนั้น...คล้ายมันเป็นของร้อนของต้องห้าม...ตาเหลือกลานออกจากบ้านชวนกันไปพักพิงที่บ้านของโทนี่แทน...เรื่องล้อเล่นสนุกๆมันเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมาโดยที่พวกเขาเองก็นึกไม่ถึง...แล้วตั้งแต่วันนั้นเพื่อนของเขาก็มีท่าทีนิ่งเฉย...สีหน้าแววตาราวกับมีเรื่องให้ขบคิดอยู่เสมอ...ทุกลมหายใจเข้าออก...แต่ให้ตายเถอะ!...นี่เป็นครั้งแรกที่หมอนี่เสียงดังหงุดหงิดใส่เขานับตั้งแต่เกิดเรื่อง...เขาโชคดีใช่มั้ย?...หรือจริงๆเขาจะเซ้าซี้เพื่อนมากเกินไป

" ฉันรู้แล้วน่านายกับโทนี่พูดถึงมันเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว!...เอาเป็นว่าชั้นไม่ได้โกรธพวกนาย...โอเคมั้ย? "

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงดังหลังจากชาช่าหยุดพูดไปดื้อๆ...ก่อนที่ไหล่หนาแกร่งจะยักกวนๆหนึ่งที

" เออ!ไอ้ชั้นเองก็บอกว่าไม่ได้โกรธๆมากี่ครั้งแล้วนะ...ชั้นไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยนายก็รู้...เพราะงั้นมันควรจะจบได้แล้วชาช่า! "

คำพูดและแววตาแสนจริงจังของเพื่อนรักที่ทอดมาประสานสายตากับเขาผ่านกระจกมองหลังทำให้ชาช่าลอบถอนหายใจยาวเหยียด...พยักหน้าหงึกหงัก...ยกมือโบกไปมาเป็นเชิงตอบรับคำร้องขอของอีกฝ่าย

ดวงตาคมเฉี่ยวจับจ้องฝ่ามือของเพื่อนชั่วครู่...ก่อนยื่นปลายนิ้วแกร่งแตะเบาๆที่ฝ่ามือนั้น...เป็นการตอกย้ำให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเขาไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร...รวมทั้งเป็นการบังคับให้อีกฝ่ายยืนยันว่าสิ่งที่เขาได้ร้องขอไปมันจะต้องจบลงจริงๆ...โดยที่จะไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว

ชาช่าเข้าใจดีแล้ว...เขาเข้าใจว่าวีรกรรมของเขากับโทนี่ไม่ได้สร้างความเคืองขุ่นให้แก่เพื่อนผิวขาว...แต่อีกนิดนึงเถอะ...เขายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมหมอนี่ถึงได้ทำหน้างอหงิกทุกทีที่พวกเขาเอ่ยถึงเรื่องนี้...ถ้าหากไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขา...ไม่ใช่เพราะเขาหรือโทนี่...แล้วจะมีใครอีกเล่าที่ทำให้เพื่อนของเขาผิดปกติไปจากเดิม

อึดใจใหญ่...รอยยิ้มขำขันก็ถูกจุดขึ้นตรงมุมปาก...เข้าใจแล้วเขาเข้าใจแล้ว...ที่บอกเขาว่าควรจะจบ...ที่มาอารมณ์เสียใส่ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นหรือนับครั้งได้...อาจเป็นเพราะจริงๆแล้วตัวเพื่อนของเขานั่นแหละที่ยังจบไม่ลงซะเอง...แหม...จะว่าไปไอ้เพื่อนของเขานี่มันก็ช่างร้ายกาจ...ติดอกติดใจผู้หญิงคืนเดียวคนนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะซิ!

........

..................

.............................

ดวงตากลมโตภายในกรอบขนตางอนช้อยโดดเด่นบนใบหน้าสวยคมคาย...ดวงตาทำให้หลายต่อหลายคนที่เดินผ่านไปมาเผลอตัวเผลอใจจ้องมองมันอย่างหลงใหล...หากทว่าเจ้าตัวไม่ได้รับรู้หรือใส่ใจผู้คนเหล่านั้นเท่าใดนัก...นานครั้งจะตวัดหางตามองตอบไปด้วยแววตาของคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดซักที...และนั่นก็ทำให้หลายคนผงะหลบสายตาดุๆคู่นั้นแทบไม่ทันทีเดียว

ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีขาว...กางเกงยีนส์สีซีดขาดวิ่นดูปอนๆ...รองเท้าผ้าใบสีดำสนิทคู่ใจที่ไม่เก่ามากนัก...บนศรีษะมีหมวกไหมพรมสีเดียวกันกับรองเท้าปกปิดกลุ่มผมสลวยและหน้าผากเนียนสวยเกือบทั้งหมด...เรียกว่าคลุมใบหน้าของเจ้าตัวไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว...กระเป๋าเป้หลากสีสันซึ่งลวดลายของมันคดเคี้ยวไปมาจนคนมองอาจตาลายไปกับมันได้ง่ายๆ...ทั้งหมดนี้ทำให้ร่างบอบบางที่นั่งถอนหายใจเฮือกๆชะเง้อคอรอคอยใครบางคนอยู่บนเก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งดูคล้ายเด็กหนุ่มวัยรุ่นร่างเล็กผอมไม่มีผิดเพี้ยน...และจะคล้ายคลึงยิ่งกว่านี้หากใครต่อใครจะละสายตามองข้ามอกอวบอิ่มที่ดุนดันเสื้อยืดพอดีตัวให้นูนออกมาฟ้องสายตาของพวกเขา...ว่าความจริงแล้วเด็กหนุ่มหน้าหวานที่นั่งเต๊ะจุ้ยกระดิกเท้าดังเช่นทวงท่าของทอมบอยแสนกวนนั้นคือหญิงสาวคนหนึ่ง...และยังเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าเรียวสวยคมคายชวนมองยิ่งนัก

" จิ๊!เมื่อไรจะมา...รอตั้งนานปวดหัวก็ปวด! "

พูดอย่างหงุดหงิดพลางฝ่ามือเรียวสวยทั้งคู่ก็ยกกอบกุมศรีษะของตนเองไว้แน่น...ยังดีที่ได้กินยาแก้ปวดไปบ้างแล้วดังนั้นอาการปวดหนึบที่เผชิญอยู่ตอนนี้จึงถือได้ว่าไม่รุนแรงมากนัก...หญิงสาวพอทนได้

หงุดหงิดเข้ามากๆมือเรียวสวยก็เริ่มควานหาบางอย่างภายในกระเป๋าเป้หลากสีของตน...เพียงครู่เดียวซองบุหรี่รสมิ้นท์ก็ปรากฏแก่สายตา...มือเรียวสวยออกแรงเคาะมันเบาๆสองทีบุหรี่ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในก็โผล่ออกมาจากซองถึงสามมวนด้วยกัน..ปลายนิ้วเรียวสวยเลือกคีบออกมาเพียงหนึ่งมวนก่อนใช้กลีบปากของตนคาบไว้...สองมือหันมาทำหน้าที่จุดประกายไฟให้แดงวาบขึ้นที่ปลายบุหรี่...ออกแรงดูดควันสีเทาจางเข้าปอดยาวเหยียด...ก่อนเผยอริมฝีปากปล่อยให้กลุ่มควันลอยอ้อยอิ่งออกมา...ดูดซ้ำอีกครั้งและอีกหลายครั้ง...จนบุหรี่เหลือไม่ถึงครึ่งมวน...สีหน้าและอารมณ์ร้อนๆของเจ้าตัวก็ดูจะผ่อนคลายลงมากมายหลายเท่าในตอนนี้

" มีนา! "

ร่างบอบบางสะดุ้งน้อยๆกับเสียงดุที่คุ้นหู...สะดุ้งอีกรอบเมื่อมือของเจ้าของน้ำเสียงยื่นเข้ามาปัดบุหรี่ออกจากริมฝีปากอิ่มสวยโดยแรงจนมันตกกลิ้งลงบนตักนุ่มนิ่ม...มือเรียวสวยเองก็รีบจับคว้ามันขึ้นมาอีกครั้ง...แต่แล้วก็ถูกปัดทิ้งอีก...คราวนี้มันกระเด็นตกลงไปในแปลงดอกไม้สีสวยข้างเก้าอี้...ใบหน้าสวยจึงแหงนมองคนต้นเหตุอย่างไม่พอใจ...ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าและกระชากเสียงถามออกไปดังพอควร

" ทำอะไรของแก!? มาช้าแล้วยังจะมากวนอีก "

" ใช่! แล้วยังไง...ก็ชั้นติดธุระ...และชั้นดีใจที่มาช้านะเพราะถ้ามาเร็วอาจจะไม่ได้เห็นแกคว้าบุหรี่ออกมาสูบก็ได้...ไหนแกบอกว่าเลิกแล้ว! "

เพื่อนสาวต่างเชื้อชาติตะคอกถามคนตรงหน้า...อารมณ์ดีๆที่เตรียมมาเริ่มหดหายไป...เธอไม่ชอบให้เพื่อนสูบบุหรี่...ขอร้องมาหลายครั้งจนในที่สุดวันดีคืนดีอีกฝ่ายก็ตบปากรับคำยอมเลิก...เธอเข้าใจว่าเพื่อนเลิกบุหรี่มาโดยตลอดนับตั้งแต่วันนั้น...เหตุเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนโกหกพกลมเป็นวิสัย...แต่วันนี้ความเชื่อของเธอถูกทำลายไปหมดแล้ว

ชอยอึนโซ...หญิงสาวเจ้าของร่างเพรียวผิวขาวจัดขยับก้าวเข้าไปกระชากกระเป๋าเป้สีแสบตาของเพื่อน...แล้วเปิดมันค้นหาของบางสิ่งที่เป็นเหตุให้อารมณ์ของเธอเดือดดาลเช่นนี้...เมื่อหามันพบหญิงสาวก็หยิบมันขึ้นมาขวางลงพื้นก่อนใช้ปลายเท้าบดขยี้มันอย่างบ้าคลั่ง...จนสภาพของมันไม่เหลือชิ้นดี

ดวงตากลมโตหลุบมองดูภาพนั้นเงียบๆ...ไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใดในยามที่เพื่อนของตนโมโหเดือดดาลใส่...มองดวงตาเล็กเรียวทอประกายขุ่นมัวที่เหลือบหันมาจับจ้องตนเองนิ่ง...ไม่มีหลบเลี่ยงใดๆ...จนกระทั่งอีกฝ่ายเป็นคนเบือนสายตาหลบไปเสียเอง

ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ...บอกตนเองว่าไม่ควรพูดอะไรในตอนนี้...ตอนที่เธอเตรียมใจจะมากอบโกยเอาความสุขกลับบ้านไปนอนฝันหา...ชอยอึนโซจึงตัดใจก้าวฉับๆนำหน้าเพื่อนสาวเข้าไปภายในหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐนิวเจอรี่...ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับที่นี้ทั้งคู่...หากทว่าวันนี้มีงานหนึ่งงานนี้ที่สาวชาวเกาหลีบ้านักร้องเช่นเธอไม่อาจพลาดโอกาสนี้ได้...และเพื่อนสาวร่างบอบบางด้านหลังนั้นเธอก็สู้อุตสาห์ชวนแกมบังคับให้มาดูเป็นเพื่อน...แต่ให้ตายเถอะนะ!...เพื่อนสาวดันมาทำให้อารมณ์ดีๆของเธอขุ่นมัวจนได้

 

~~~~~

~~~~~~~~

~~~~~~~~~~~~~~

หญิงสาวนั่งท้าวคางมองดูผู้ชายต่างสีผิวและส่วนสูงทั้งสี่คนบนเวทีอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก...จะพูดให้ถูกหญิงสาวไม่ได้คิดจะสนใจตั้งแต่ต้นจนกระทั่งนาทีนี้...ไม่ว่าเสียงกรี๊ดร้องจะดังแสบแก้วหูเพียงใดเจ้าของร่างบอบบางก็ยังอุตส่าห์นั่งหลับสัปหงกคอพับคออ่อนอยู่เช่นนั้น...คล้ายคนที่อดหลับอดนอนมาทั้งคืน...หากฝืนลืมตาครั้งใดไม่วายต้องหรี่ปรือลงต่อจากนั้นในไม่ช้า...ทว่าสุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ต้องลืมตามองเพื่อนตื่นๆเมื่ออีกฝ่ายออกแรงเขย่าร่างของเธอจนหัวสั่นหัวคลอนทั้งๆที่ตั้งแต่เข้ามานั่งในนี้ก็ต่างคนต่างเฉยมาตลอด...พร้อมคำพูดที่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเป็นนักหนามือไม่ก็ชี้ชวนให้เธอมองไปบนเวทียิกๆ...เหมือนจะลืมเรื่องมึนตึงเมื่อครู่ใหญ่ไปเสียสนิท

" แก!ผู้ชาย...ผู้ชายมองชั้นยิ้มให้ชั้นด้วย! "

" หา!ใคร...ผู้ชายเตี้ยๆของแกน่ะเหรอ? " ถามเสียงงัวเงียพลางละสายตาจากเสี้ยวหน้าของเพื่อนมองขึ้นไปบนเวทีที่ไม่ได้ห่างไกลจากแถวที่นั่งที่หญิงสาวทั้งคู่นั่งอยู่เท่าใดนัก...ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเบลอมัวและไม่ชัดเจนเหตุเพราะสายตาของเธอสั้นมากเกินไปนั้นเอง...พยายามหรี่ตามองอยู่เกือบครึ่งนาทีก็ถูกเพื่อนเขย่าเรียกอีกครั้ง

" อ๊ายยยยยย!มองอีกแล้ว มองมาอีกแล้ว...มีนา!ใส่แว่นสิใส่แว่น "

" อ้อ...เออๆรอเดี๋ยว "

"โหป้า!เบาๆหน่อยได้มั้ยเสียงดังกว่าคนอื่นเขาเลยเนี่ย...เชื่อเขาจริงๆ!แล้วก็โมเมอยู่ได้ว่าผู้ชายมองๆ...เจย์เขาไม่มองป้าหรอก! "

เสียงเล็กแหลมของเด็กสาวคนหนึ่งพูดขัดคออึนโซด้วยน้ำเสียงที่ดังไม่แพ้กัน...ขณะที่อึนโซกำลังคะยั้นคะยอให้เพื่อนใส่แว่นสายตาจะได้มองเห็นผู้ชายของเธอได้ชัดเจนขึ้น...คำพูดนั้นทำให้อึนโซสะบัดใบหน้าไปมองทางเจ้าของเสียง...ซึ่งนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล...ที่นั่งข้างๆเธอนั่นเอง...อีกฝ่ายกำลังใช้หางตามองเธอเหยียดๆด้วย...อึนโซอ้าปากขยับขึ้นลงพะงาบๆไม่มีเสียงพูดเล็ดลอดออกมาซักคำ...ดวงตาเล็กๆเบิกโตสุดกำลังด้วยความมึนงง...จากสายตาเธอคาดคะเนว่าเด็กคนนี้คงอ่อนเยาว์กว่าเธอเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น...แล้วยังมาปากเสียเรียกเธอว่าป้า...หนอย!ยัยเด็กบ้านี่!

" ใครป้ามันวะ!ชั้นเพิ่ง 20 เองนะยะ...เดี๋ยวได้วีนหรอกยัยเด็กนี่มาว่าชั้นโมเม..."

ไม่ได้ต่อว่ากลับ...หากแต่ทิ้งสายตามองอีกฝ่ายแทนแต่ยังอดไม่ได้ที่จะหันมาบ่นพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด...ยังหรอก...เธอยังไม่อยากมีเรื่องตบกับเด็กคนนี้...ทางที่ดีทำเป็นเริ่ดๆเชิดๆแบบผู้ดีจะสวยงามซะกว่า

"ยัยนี่ก็ขำอะไรอยู่ได้! " หันมาจวกเอากับเพื่อนที่นั่งหัวเราะตนเองอย่างไม่พอใจก่อนค้อนขวับใส่อีกฝ่ายและกลับไปสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีต่อ

หญิงสาวค่อยๆหุบยิ้มลงหากทว่าลำคอยังแข็งเกร็งเพราะพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้...มือเรียวสวยเริ่มค้นหาแว่นตาขึ้นมาสวมใส่...กระพริบตาถี่ๆปรับโฟกัสเล็กน้อยก่อนทอดสายตามองชายหนุ่มร่างสันทัดที่กำลังพูดอะไรบางอย่างบนเวที

ร่างสันทัดดูแข็งแกร่ง...ผิวขาวใสโดดเด่นอยู่เพียงหนึ่งเดียว...รูปหน้าเล็กเรียว...ดวงตาคมเฉี่ยวดูเย่อหยิ่งคล้ายเจ้าตัวเตรียมจะหาเรื่องใครๆอยู่ตลอดเวลา...เรียวคิ้วสวยเริ่มขมวดมุ่นอย่างคนใช้ความคิดเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนี้เหลือเกิน...กระพริบตาถี่รัวอีกหนึ่งรอบและตั้งใจจ้องมองชายหนุ่มให้มากกว่าเดิม...พลันหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ก็เผลอคลายออกและแปรเปลี่ยนเป็นเลิกขึ้นงงๆเมื่อเห็นว่าดวงตาคมเฉี่ยวคู่นั้นเหลือบมองมายังทิศทางที่เธอนั่งอยู่ชั่วอึดใจ...ก่อนจะถอนสายตาไปทางอื่น...แต่แล้วก็เหลือบมองมาอีกหลายต่อหลายครั้งซึ่งหญิงสาวเองก็ได้แต่นิ่งอึ้งลมหายใจสะดุดห้วงโดยไม่รู้ตัว...เมื่อเริ่มเชื่อสายตาและมั่นใจแล้วว่าเป็นคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน

รีบหลุบตาลงมองหน้าตักตัวเองเมื่อรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังส่งยิ้มบางๆมาให้...ไม่ใช่ว่าเธอเขินอาย...หากแต่สมองนึกไปถึงภาพร่างกายเปล่าเปลือยในเช้าตรู่วันนั้น...นึกถึงวันที่เธอเผลอทำผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต...และยังรู้สึกเสียดายทุกครั้งที่หวนคิดถึงมัน

มือไม้เริ่มสั่นเทา....ริมฝีปากอิ่มสวยขบเม้มกันแน่นเพื่อระงับอาการสั่นระริกของกลีบปาก...ความปวดหนึบที่ศรีษะบีบรัดและรุนแรงขึ้น...หากท้ายที่สุดหญิงสาวก็ไม่ได้กลัวเกรงที่จะต้องเผชิญกับความจริง...ไม่อึดอัดใจที่จะจับจ้องร่างสันทัดอีกครั้งด้วยอาการปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้...สูดลมหายใจเข้าปอดยาวเหยียด...เพื่อให้สมองและจิตใจได้ผ่อนคลายความตึงเครียดลง...อาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ...เพราะไม่ว่าหญิงสาวจะเหลือบมองไปยังชายหนุ่มครั้งใด...ไม่มีครั้งไหนที่จะไม่สบสายตากันและกัน...ที่สำคัญ...คล้ายว่าฝ่ายนั้นจะจ้องมองหญิงสาวก่อนแล้วทุกทีไป...และไม่มีครั้งไหนที่เธอจะไม่ได้รับรอยยิ้มบางๆจากชายหนุ่มเลยซักครั้งเดียว...เป็นรอยยิ้มและสายตาที่คนมองสัมผัสได้ว่าเจ้าตัวกำลังอยู่ในอาการเขินอาย...หญิงสาวจึงนึกคิดอยากถามไถ่ไปว่าฝ่ายที่จะต้องขัดเขินมันน่าจะเป็นเธอมากกว่าไม่ใช่หรือไงนะ...ท่าจะบ้า!...ความงุนงงสงสัยต่อท่าทีของชายหนุ่มส่งผลให้เธอลืมเลือนความเครียดเมื่อครู่ไปเกือบหมด...โดยไม่รู้ตัว...ในบางครั้งหญิงสาวยังเผลอไผล้ยักยิ้มขำขันตอบอีกฝ่ายไปเช่นกัน

 

to be continue Part 3

......

.............

..........................

 

เอิ๊กกกกกกกกกก....ก็ทั้งๆที่ง่วงเค้าก็ยังฝืนอัพต่อดวกๆไป...รู้สึกว่ามันไม่ได้ดังใจนักอ่ะพาร์ทนี้

แลดูเค้าล่องลอยสติไม่มี...ก็อ่านๆไปเถอะนะคะ555ตอนหน้าเค้าจะไม่ให้มันฝืดแบบนี้อีกแล้ว

เฮ้ออออออออออ...ขอบคุณทุกคนที่รออ่านนะคะ(มีมั้ย กร๊ากกกกก) จุ๊บๆค่ะ

 

 

 

(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Part 1

posted on 18 May 2010 18:37 by jaypark-mylove

 

 

 

(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Part 1

Couple : Jay & a girl

Writer : Pimnara Park

Rate : PG-17

 

**ฟิคเรื่องนี้และอาจจะอีกหลายเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด...โปรดใช้วิจารณญานนนนนในการอ่านนะจ๊ะ...รับไม่ได้กดปิดค่ะ^-^**

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Part 1 ( เจย์ปาร์คเป็นหนุ่มแล้วนะคร้าบบบบ)

 

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกกว้าง...พลันความมืดมิดที่โอบล้อมทั่วทั้งห้องก็สว่างวาบขึ้นด้วยน้ำมือของเจ้าของบ้าน... และความสว่างนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มร่างสันทัดซึ่งช้อนอุ้มร่างบอบบางตามหลังมาติดๆไม่ต้องเสียเวลาคลำหาทางเดินในความมืด...เตียงเล็กสีขาวสะอาดตาที่มุมห้องคือจุดหมายของเขา

ร่างบอบบางถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ...ถนุถนอมคล้ายคนอุ้มไม่ต้องการให้สิ่งใดรบกวนเวลาหลับใหลของคนในอ้อมแขน...มือแกร่งดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นปกคลุมร่างบอบบางถึงช่วงอกอิ่ม...บดบังสัดส่วนร่างกายที่โผล่พ้นเสื้อผ้าน้อยชิ้นออกมาล่อตายวนใจคนมองด้วยความหวังดี

ร่างสันทัดทิ้งกายนั่งลงตรงขอบเตียง...ก่อนดวงตาคมเฉี่ยวจะเลื่อนขึ้นมาจับจ้องใบหน้าสวยคมคายภายในกรอบผมสั้น...ไล่สายตาพิจารณาองค์ประกอบบนใบหน้าของหญิงสาวทีละส่วน

 

คิ้วเรียวสวยราวคันศร...ดวงตากลมโตภายใต้เปลือกตาคู่นี้...เขาได้รับรู้แล้วว่ามีเสน่ห์และสวยงามมากมายเพียงใด...จมูกโด่งรั้นเป็นธรรมชาติบ่งบอกนิสัยใจคอของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี...และสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังติดอกติดใจอยู่ตอนนี้คือริมฝีปากอิ่มสวย...แม้สีสันของมันจะไม่แดงระเรื่อเท่ากับคนมอง...แต่ริมฝีปากที่อยู่ตรงหน้าเขาก็สวยได้รูปและน่าสัมผัสเหลือเกิน

ผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยละเอียดละออที่ชายหนุ่มไม่ค่อยได้พบเจอบ่อยนักในหมู่ผู้หญิงเกาหลี-อเมริกันที่เขาคุ้นเคย...ทุกองค์ประกอบมันฟ้องว่าร่างบอบบางบนเตียงนุ่มไม่ได้มีเชื้อสายเดียวกันกับเขา...หลุบตามองลำแขนเรียวเล็กเปล่าเปลือยด้วยสายตาอ้อยอิ่ง...เพียงแค่ขยับกายน้อยนิด...อาจจะได้สัมผัสผิวเนื้อนวลนิ่มใกล้มืออีกครั้ง

ชายหนุ่มไล่มองตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวสวย...เรื่อยขึ้นมาจนถึงไหปลาร้าบอบบาง...จ้องมองมันด้วยความกลัวเกรงว่าหากเมื่อครู่นี้เขาโอบจับกอดรัดแรงเกินไป...จะทำให้ร่างกายของผู้หญิงคนนี้เปราะหักได้ง่ายดายหรือไม่...และผิวเนื้อสีน้ำผึ้งเนียนสวยนี้จะบอบช้ำเพราะสัมผัสของเขาหรือไม่...แล้วถ้าหากเขาจะลองสัมผัสดู...ถ้าเป็นเช่นนั้น.......

~~~~~

~~~~~~~~

ดวงตาคมเฉี่ยวกระพริบปริบๆสองสามครั้งราวกับปลุกเร้าตนเองให้ตื่นจากวังวนความคิดแสนล่อแหลม...ลอบพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด...ก่อนที่ใบหน้าเล็กเรียวจะเหลือบแลหันไปทางประตูห้อง...เขาคาดคิดว่าจะพบเพื่อนทั้งคู่ยืนมองอยู่ตรงนั้น...หากทว่ากลับว่างเปล่า...อีกทั้งประตูห้องนอนยังปิดสนิทลงตั้งแต่เมื่อไรเขาเองก็ไม่อาจรับรู้

ความที่รู้จักนิสัยใจคอของเพื่อนเป็นอย่างดี...ความกังวลจึงวิ่งลิ่วเข้ามาในหัวสมอง...ก่อนจะสั่งให้ลำขาแกร่งทั้งคู่ลุกขึ้นวิ่งไปสำรวจบานประตูด้วยอารามร้อนรนใจ...และมันก็เป็นดังที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

มือแกร่งจับหมุนลูกบิดที่ยังสามารถหมุนได้โดยรอบ...หากทว่าเมื่อออกแรงดึง...ประตูกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย...ทำให้เขารู้ว่ามันถูกล็อคปิดจากด้านนอกด้วยฝีมือของเพื่อนเจ้าบ้าน

ริมฝีปากอวบอิ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด...ก่อนจะลงมือทุบบานประตูเสียงดังโครมคราม...พลางปากก็ร้องตะโกนบอกเพื่อนทั้งคู่เปิดประตูให้ตนเอง...โดยไม่คิดถนอมน้ำเสียงหรือการกระทำ...และไม่กลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนร่างบอบบางที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียงหรือไม่...เพราะสิ่งที่เขากลัวที่สุดตอนนี้...คือกลัวใจตัวเอง

..........

......................

" ปังๆๆ! ชาช่า...ชาช่าเปิดประตูเดี๋ยวนี้! " คำร้องขอและการกระทำของเขาได้รับเพียงความเงียบสงบตอบกลับมา...แต่ชายหนุ่มยังพยายามต่อไป

" ชาช่า! ปังๆๆ! ไอ้ชาช่า...เปิดโว้ย! โทนี่...เปิดประตูให้ฉันที! " ครั้งนี้เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากด้านนอก...ตามด้วยเสียงพูดปนขำของเพื่อนหน้าคมที่เขาร่ำร้องขอความช่วยเหลือเป็นคนสุดท้าย

" เฮ้เจย์!...ประตูมันจะเสียคืนหนึ่งนะ...เปิดไม่ได้ว่ะ!...นายทนอยู่ในนั้นไปก่อนละกันเพื่อน! "

" ไอ้โทนี่! อย่ามาล้อเล่นนะโว้ย...ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ! "

" ไม่ขำก็เอาจริงเลยซิเพื่อน! ของสวยๆงามๆอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ...อย่าบอกนะว่านายจะปล่อยให้เขานอนเฉยๆอย่างนั้นทั้งคืน...ฝืนธรรมชาติร่างกายเกินไปมันไม่ดีนะเพื่อนรัก! "

โทนี่ร้องบอกแก่ชายหนุ่มอีกครั้ง...ตามด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานที่ดังประสานกับอีกเสียงหนึ่งของเพื่อนเจ้าของบ้านผิวคล้ำ...มันทำให้ชายหนุ่มร้อนรนจิตใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

" ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเขาเลยนะโว้ย!...ขอร้องละ...เปิดปะตูให้ฉันชาช่า! " ร้องตะโกนพลางมือแกร่งก็ยังคงหมุนลูกบิดไปมา...แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม

" นายกำลังโกหก! " คำพูดประโยคนั้นทำให้มือแกร่งที่หมุนลูกบิดอยู่ชะงักกึก

" เอาน่าเจย์...ไหนๆก็พามาแล้ว...ไหนๆเขาก็เดินเข้ามาหาเอง..."

ชายหนุ่มยืนนิ่งงันไป...จังหวะการเต้นของหัวใจรัวเร็วขึ้น...คิ้วขมวดมุ่นพร้อมหลับตาลงช้าๆ...น้ำลายเหนียวหนืดในลำคอก่อตัวฉับพลัน

 

 

" อีกอย่าง...นายเองก็ถูกใจเธอมากไม่ใช่เหรอ...ไม่งั้นคงไม่หอบหิ้วมาถึงที่นี่หรอก!...ฉันพูดถูกมั้ย? "

 

กระแสเสียงของเพื่อนที่เคยได้ยินชัดถอยชัดคำ...ค่อยๆเลื่อนหายและลอยห่างออกไปทุกที...เมื่อแผ่นหลังหนาแกร่งรับรู้ถึงความอบอุ่นนุ่มนวลจากอีกร่างหนึ่งเข้ามาแนบชิด...ชายหนุ่มหลุบตาลงมองลำแขนเรียวเล็กที่สอดรัดโอบกอดรอบเอวตนเองจากด้านหลัง...จิ๊ปากเบาๆกับตนเอง...อยากแกะอ้อมแขนคู่นั้นออกไป...อยากร้องบอกอีกฝ่ายว่าอย่าเข้ามาใกล้ชิดเขาในตอนนี้...แต่บางสิ่งบางอย่างมันฉุดดึงไว้...ไม่ให้เขาได้ทำอย่างใจคิด

" ทามอาไรอยู่...เสียงดังจาง... " เสียงหวานๆยานคางเอ่ยถามเขาแผ่วๆ...ลมหายใจร้อนๆที่รินรดช่วงท้ายทอยทำเอาชายหนุ่มขนลุกเกรียว...ใจแทบขาดเมื่อคนข้างหลังเคลียผิวแก้มถูไถกับต้นคอของเขา

ลำแขนแกร่งยกขึ้นวางบนประตูเพื่อรองรับศรีษะ...หอบหายใจถี่รัวราวกับเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนัก...ด้วยความสัตย์จริง...อารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในกายซึ่งเป็นผลจากร่างอวบอัดในผับเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนนี้...ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม...และชายหนุ่มไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับหญิงสาวทั้งๆที่อีกฝ่ายยังเมามายอยู่เช่นนี้...เขาไม่อยากทำอะไรเธอ...แต่เขากำลังจะทนไม่ได้!

 

" เจย์! " เสียงตะโกนเรียกดังมาจากด้านนอก...เหมือนดึงสติที่ใกล้กระเจิดกระเจิงของเขากลับมาอีกครั้ง

" ว่าไง?... " เสียงสั่นพร่าน้อยๆเอ่ยถามออกไป...หากไม่ตั้งใจฟังให้ดีก็ไม่อาจรู้ว่ากระแสเสียงมีความผิดปกติ...ซึ่งเพื่อนของเขาก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมากมายขนาดจะรับรู้มันได้

" ฉันกับโทนี่จะออกไปข้างนอกนะ...ทางสะดวกไม่มีใครอยู่...ยกบ้านฉันเป็นสวรรค์ของนายคืนหนึ่งเลย...ดีๆละเพื่อน! "

" เฮ้... " ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อที่ดูจะสั่นน้อยๆในยามนี้หลุดคำทักท้วงออกมาได้เพียงแผ่วเบา...เมื่อมือเรียวสวยเริ่มเล่นปูไต่ซุกซนลูบไล้แผงอกแกร่ง...หูแว่วเสียงฝีเท้าสองคู่ห่างออกไปเรื่อยๆ...ตามด้วยเสียงเปิดและปิดประตูหน้าบ้านดังสนั่น...บรรยากาศเงียบงันเริ่มก่อตัวขึ้นโอบล้อมคนที่ยังอยู่ภายในห้องนอนห้องเดียวกัน...โดยที่ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้อีก

หลับตากล้ำกลืนน้ำลายเหนียวหนืดกลับลงลำคออย่างยากลำบาก...บอกตนเองให้รีบตะครุบฝ่ามือแสนซนคู่นั้นไว้มั่น...เพื่อฉุดรั้งไม่ให้เตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้...มือแกร่งกอบกุมมือเรียวสวยแน่นจนสั่นสะท้าน...แหงนเงยใบหน้ามองเพดานด้วยจิตใจที่เบาหวิวและว่างเปล่า...ลมหายใจสะดุดห้วงถี่ๆเมื่ออุณหภูมิของร่างกายร้อนรุ่มมากขึ้นและกำลังปะทุ

 

เริ่มยอมรับและหมดแรงต้านทานความรู้สึกของตนเองไปทุกขณะ...ริมฝีปากแดงระเรื่อขบเม้มแน่นจนซีดขาวไร้สีเลือดดังเดิม...พยายามเหลือเกินที่จะตอกย้ำกับตัวเองว่า...ผู้หญิงคนนี้เมาและไม่มีสติพอที่จะควบคุมตัวเองได้...เขาควรรู้ไว้...และที่พามาที่นี่ก็เพราะไม่รู้จะไปที่ไหน...เพราะถามไถ่กี่ครั้งร่างบอบบางก็ตอบกลับมาคนละเรื่องเดียวกัน

ดังนั้นแล้ว...ชายหนุ่มไม่ใช่คนฉวยโอกาส...หญิงสาวผิดเองที่เข้ามาใกล้ชิดในยามที่เขายังสลัดอารมณ์ร้อนระอุจากกายไปไม่หมด...ผิดเองที่ทำให้เขาหลงใหลมากมายในระยะเวลาแสนสั้น...จนยากจะหักห้ามใจได้

 

" ปายนอนเถอะ... " อีกครั้งที่เสียงหวานยานคางเอ่ยชิดใบหู...แม้จะรู้ว่าพูดไปตามประสาคนเมา...แต่ชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นคำเชิญชวน...ชวนให้คิดไปไกลแสนไกล...ดำดิ่งลงในห้วงอารมณ์ที่ยากจะปิดกั้นเข้าไปทุกที...มือแกร่งข้างหนึ่งละจากการเกาะกุมฝ่ามือเรียวเล็ก...แล้ววางลงบนเรือนผมนุ่มสลวยของหญิงสาว...ลูบไล้เบามือก่อนเอ่ยเสียงสั่นพร่าแผ่วหวิวราวพูดกับตัวเอง

" อย่าพูดอย่างนี้อีกนะคนสวย...จะหาว่าฉันไม่เตือน " หากแต่คำเตือนที่ว่า...ดูเหมือนจะไม่ได้ผลซักนิด

" หนาว...ปายนอนกาน...นะ... "

.........

..................

.................................

มือแกร่งละจากเส้นผมนุ่มสลวยในทันที...ออกแรงแกะอ้อมแขนที่โอบรัดลำตัวอย่างง่ายดาย...ขยับกายหันหลังไปเผชิญหน้ากับร่างบอบบาง

ใบหน้าสวยคมคายอยู่ในระยะประชิด...ดวงตากลมโตแดงกล้ำที่เขาแสนหลงใหลหรี่ปรือลง...ราวกำลังพยายามเพ่งมองใบหน้าของชายหนุ่มให้ชัดเจน...คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเป็นปม...อากัปกิริยานั้นทำให้กลีบปากแดงระเรื่อระบายยิ้มด้วยความเอ็นดู...ฝ่ามือแกร่งจับตรึงเอวบางกิ่วไว้ก่อนรั้งเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น

" เห็นหน้าฉันชัดหรือยัง...ใกล้อีกนิดมั้ย? " พูดอย่างยั่วเย้าล่อหลอก...พลางขยับกายเข้าชนร่างของหญิงสาวให้เซน้อยๆและรั้งเอวบางเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้ง

การกระทำของเขาได้รับรอยยิ้มหวานๆและเสียงหัวเราะคิกคักจากหญิงสาวเป็นรางวัล...นั้นทำให้ชายหนุ่มหัวใจพองโต...และย่ามใจพอจะทำในสิ่งที่ร่างกายและหัวใจเรียกร้องมาตั้งแต่แรกที่พบเจอร่างบอบบาง

 

แนบจูบบางเบาบนหน้าผากเนียนสวย...ลากไล้ริมฝีปากลงมาที่ดวงตากลมโตซึ่งหลับพริ้มรอรับจูบจากเขาอย่างน่ารักน่าใคร่...ไล่เรื่อยมาจูบที่ปลายจมูกรั้น...ต่อด้วยพวงแก้มเนียนใสหอมกรุ่นที่ชายหนุ่มฝังจมูกสูดกลิ่นหอมนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้เบื่อ...วกมาที่ริมฝีปากอิ่มสวยที่เผยอน้อยๆราวรอคอยให้เขาตักตวงความหวานได้ตามอำเภอใจ...แต่แล้วชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจ...ละมันไว้รอเวลาที่สำคัญกว่านี้

ลดระดับใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอเนียนสวยที่กรุ่นกลิ่นเดียวกันกับพวงแก้ม...ขณะรั้งเอวบางก้าวเดินกลับไปที่เตียงเล็ก

 สติของชายหนุ่มหลุดลอยไปจนหมดสิ้น...และไม่เพียงพอที่จะรับรู้ปฏิกิริยาบางอย่างจากร่างบอบบาง...หรืออีกนัยหนึ่ง...เขาไม่อาจห้ามให้ตัวเองหยุดการกระทำลงได้...แม้จะรับรู้แรงดึงรั้งและต้านทานเล็กๆจากอีกฝ่ายก็ตาม

 

ดวงตาคมเฉี่ยวคลอน้ำตาแห่งความสุขสมและความปวดหนึบจากบางส่วนของร่างกาย...หลุบลงมองใบหน้าสวยคมคายใต้ร่างของตน...ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อกาจไม่แพ้เขา...ความรู้สึกผิดแว่บเข้ามาในหัวสมอง...ขบเม้มริมฝีปากแน่นแทบปริแตก...พลางส่ายหน้าไปมาราวไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้และสัมผัส

แววตาทอแสงอ่อนโยนลงมากมายหลายเท่า...ก้มลงจูบซับน้ำตาที่หลั่งใหลจากดวงตาคู่งามอย่างปลอบโยน...เสียงสะอื้นไห้ขาดห้วงในยามที่ร่างแกร่งถาโถมเข้าใส่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังอยู่ในนรกมากกว่าสรวงสวรรค์เมื่อแรกเริ่ม...แทบอยากจะหยุดการกระทำทั้งหมดไว้เพียงเท่านั้นด้วยความสงสารร่างบอบบาง...หากทว่าความคิดเห็นแก่ตัวเข้าข้างตนเองว่าทุกอย่างมันได้ล่วงเลยมาจนเกินจะหยุดยั้งหรือแก้ไข...บวกธรรมชาติของร่างกาย...สั่งให้ชายหนุ่มหลับหูหลับตาทำตามครรลองความปรารถนาจนเสร็จสิ้นในที่สุด

 

~~~~

~~~~~~~~

~~~~~~~~~~~~

 

มือเรียวสวยสั่นระริกยกลำแขนและขาแกร่งออกจากร่างตนเองอย่างเบามือ...ด้วยกลัวว่าหากทำรุนแรงเกินกว่านี้อีกฝ่ายจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบเห็นร่างกายเปล่าเปลือยแสนบอบช้ำอีกครั้ง...ร่างกายที่สกปรกโสโครกในความคิดของหญิงสาว...ถึงแม้จะจำอะไรได้ไม่มากแต่สภาพร่างกายที่เจ็บร้าวจนยากจะขยับเขยื้อนก็ฟ้องให้หญิงสาวรับรู้ได้ด้วยตัวเอง...ว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้

ร่างบอบบางพยุงกายขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก...เมื่อขยับเคลื่อนสะโพกผายงามยามใดก็ให้รู้สึกเจ็บร้าวจนอยากจะทิ้งกายลงนอนอีกครั้งให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป...มือสั่นระริกควานหาเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกเหวี่ยงเกลื่อนกลาดบนพื้นขึ้นมาสวมใส่ด้วยความเร่งรีบ...ริมฝีปากอิ่มสวยเม้มแน่นเพื่อสะกัดกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาปลุกห้วงนิทราของชายหนุ่มข้างกาย

กระทั่งสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย...ดวงตากลมโตไหวระริกรื้นน้ำตาก็เหลือบมองกลับมายังร่างแกร่งบนเตียงเป็นครั้งสุดท้าย...จ้องมองใบหน้าเล็กเรียวอยู่ชั่วครู่...ก่อนเดินออกจากห้องไปด้วยย่างก้าวแสนเบาหวิว

 

ดวงตาคมเฉี่ยวที่ปิดสนิทเมื่อครู่ค่อยๆปรือเปิดทีละน้อย...จับจ้องร่างบอบบางที่กำลังเดินออกจากห้องโดยไม่คิดทักท้วงใดๆ...ทำไมชายหนุ่มจะไม่เห็น...ร่องรอยต่างๆที่เขาได้ทำทิ้งไว้...ร่างกายอบอุ่นนุ่มนิ่มที่เขาได้โอบกอดมาแล้วทั้งคืน...ร่างกายที่ตกเป็นของเขา...เพียงคนเดียว

 

อยากท้วงทัก...อยากเรียกอีกฝ่ายเอาไว้....หากแต่จนแล้วรอดเขาก็ทำได้เพียงเหม่อมองดูร่างบอบบางเดินลับหายไปจากสายตา...เขาทำได้เพียงเท่านั้นจริงๆ

 

to be continue Part 2 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หวิวมากมายเกินไปมั้ยสำหรับตอนนี้...ตามคำเรียกร้องของคนอ่านบางคน กร๊ากกกกก...ให้ได้แค่นี้นะ...มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว5555

ไรเตอร์ยังใสซื่อนะคะ แอร๊ยยยย เขิลลลลลลล เจย์ปาร์คทำกับเค้าได้ลงคอ(มโนว่าเป็นตัวเอง) นอนกลิ้งๆ...ถูกไถใบหน้ากับซอกรักแร้เตี้ย กรี๊ดดด!

One Night Stand สินะเนี่ย กร๊ากกกกก Readers อยากอ่านประมาณไหนบอกเค้าได้นะเค้าจะปรับให้ตามความเหมาะสม...จุ๊บๆ^O^

 

Edit

ชะแว่บบบบบบ...มาอิดิทเบาๆ เดี๋ยวจะหาว่าเค้าทิ้งฟิคไปที่ไหน...เค้าจะต่อตั้งแต่สองวันก่อนแล้วล่ะแต่ที่นี่ภารกิจมันมากมาย

เค้าเลยเลื่อนมาเรื่อย...โดนนางๆเร่งเค้าก็รีบให้อยู่นะ กร๊ากกกก แต่เดี๋ยวๆๆๆ รับรองเร็วๆนี้แน่ มาอัพแล้วเค้าจะป่าวประกาศไปทั่วเลย

รับรองยาวค่ะพาทต่อไปยาวมากกกก กร๊ากกกกก ถ้าไรเตอร์ไม่นึกแผลงๆอะไรซะก่อนนะ...ขอเลียแผลใจเบาๆมีหลายเรื่องให้คิด5555

ตอนนี้อยากตบที่รักที่สุด(ตบด้วยปาก กร๊ากกก)

ปล.แลดูนางๆจะอยากเป็นนางเอกกันทั้งนั้น 5555

 

 

 

 

(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Intro

posted on 14 May 2010 20:40 by jaypark-mylove

 

 

 

 

(Untitled Fiction) Jay Park's Love Story#Intro

Couple : Jay & a girl

Writer : Pimnara Park

Rate : PG-13

 

**ฟิคเรื่องนี้และอาจจะอีกหลายเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด...โปรดใช้วิจารณญานนนนนในการอ่านนะจ๊ะ...รับไม่ได้กดปิดค่ะ^-^**

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Intro (ยาวๆ)

 

ผับยอดนิยมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง...เมืองซีแอตเทิลที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแสนโรแมนติคในช่วงเวลากลางวัน...กลับกลายเป็นดินแดนที่น่าพิศมัย...เต็มไปด้วยสีสันยามค่ำคืนที่ไม่เคยหลับใหล...ชีวิตในช่วงเวลากลางคืนที่ท้าทายให้ใครหลายคนออกมาสัมผัส

ผับยอดนิยม...หากทว่าไม่ได้หรูหราเท่าใดนักเมื่อเทียบกับฐานะโดยรวมของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้...และหากจะพูดให้ถูก...มันคือผับยอดนิยมของเหล่าวัยรุ่นชนชั้นกลางมากกว่า

แสงไฟหลากสีสะท้อนระยิบระยับในความมืดสลัว...เสียงเพลงจังหวะเร้าอารมณ์ดังกึกก้อง...ปลุกเร้าให้นักท่องราตรีหลายต่อหลายคนขยับกายพริ้วไหวไปตามจังหวะนั้น

เสียงเพลงที่คนที่ได้ยินได้ฟังต้องร้อนรุ่มกายใจ...อยากลากจูงคนข้างกายของตนหลบไปซุกซ่อนตัวภายในมุมใดมุมหนึ่ง...ที่ลับตาผู้คนจับจ้องให้รู้สึกกระดากอาย

 

~~~~

~~~~

มองลึกเข้าไปที่มุมสลัวมุมหนึ่ง...มีร่างของชายหนุ่มสามคนกำลังยืนโยกย้ายกายพริ้วไหวตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน...หนึ่งในสามมีหญิงร่างอวบอัดกอดรัดคลอเคลียไม่ห่าง

ชายหนุ่มร่างสันทัดผิวขาวกระจ่าง...เนียนสวยจนผู้หญิงหลายคนนึกอิจฉา...อีกทั้งใบหน้าที่เล็กเรียวเป็นเอกลักษณ์นั้นก็ดูคล้ายคลึงผู้หญิงยามมองผิวเผิน

เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจเพราะร่างอวบอัดเป็นเหตุ...ตรงกันข้าม...กลับชอบใจอยู่มากทีเดียว...ดวงตาคมเฉี่ยวหลุบมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่กำลังอยู่ในอาการมึนเมาชั่วขณะ...ก่อนละสายตามองตรงไปที่มุมมืดอีกมุม...นัยต์ตาอยากรู้อยากเห็นจับจ้องไปที่ร่างสองร่างในเงามืดนิ่ง

แววตาพราวระยับแสนเจ้าเล่ห์ทอประกายฉายชัดขึ้น...เมื่อสายรับรู้ว่าร่างสองร่างนั้นกำลังทำสิ่งใดกันอยู่...และนั้นทำให้ดวงตาคมเฉี่ยวดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกหลายเท่า...พลางริมฝีปากแดงระเรื่อก็ยักยิ้มกับตัวเอง...ขบเม้มน้อยๆก่อนปลายลิ้นชื้นจะแลบเลียกลีบปากอย่างที่เคยทำจนติดเป็นนิสัย

กิริยานั้นทำให้ร่างอวบอัดที่จ้องมองอยู่...ยกปลายนิ้วขึ้นแตะไล้ริมฝีปากแดงระเรื่อเปียกชื้นแผ่วเบา...คล้ายอดใจไม่ไหว...ก่อนลำแขนเรียวทั้งคู่จะตวัดขึ้นคล้องรอบลำคอแกร่ง...ขยับกายเบียดชิดจนอกอวบอิ่มแนบกับแผงอกแกร่งแน่น...ไม่มีช่องว่างพอที่จะให้อากาศลอดผ่านได้...จงใจยื่นใบหน้าเข้าใกล้อย่างเย้ายวน...ใช้ปลายจมูกเคลียไล้ผิวแก้มของชายหนุ่มไปมา...จนอีกฝ่ายขนลุกซู่...และรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่แสนชิดใกล้

ชายหนุ่มเอียงใบหน้าหลบเลี่ยงการเย้ายวนนั้น...ไม่ได้ผละถอย...หากแต่เอนศรีษะออกห่างเพื่อให้ตนเองมองอีกฝ่ายได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น...อีกครั้งที่ร่างอวบอัดยื่นใบหน้าเข้าหา...และครั้งนี้หญิงสาวถือวิสาสะแนบจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่อแผ่วเบา...โดยที่ชายหนุ่มก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด

~~~~

~~~~~~~~

" มีใครเคยบอกคุณมั้ย...ว่าคุณเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก " หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากถอนจูบออกมาพลางยิ้มเยือนนัยต์ตาพราวระยับ...และแม้จะถอนจูบแล้ว...หากทว่ายังชิดใกล้จนปลายจมูกสัมผัสกัน

ชายหนุ่มเลิกคิ้วงุนงงสายตาเต็มไปด้วยคำถามทอดมองหญิงสาวนิ่ง...ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเขินอาย...แม้จะรู้สึกเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มก็ยังพินิจใบหน้าและเรือนผมสลวยในเงามืดที่เขาคาดคิดว่ามันน่าจะมีสีน้ำตาลอ่อนเฉกเช่นลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกันทั่วไป...รู้สึกงุนงงหากแต่ชายหนุ่มก็พอใจกับคำพูดนั้นไม่น้อยทีเดียว

" ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะ? " คำถามของชายหนุ่มได้รับรอยยิ้มใส่จริตตอบกลับมาเป็นอันดับแรก...เสียงกระซิบตอบพอให้ได้ยินนั้นเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากแดงระเรื่อได้เป็นอย่างดี

 

" ทุกอย่างที่เป็นคุณ...คิ้ว...นัยต์ตา...จมูก........และริมฝีปาก..." อีกครั้งที่หญิงสาวยกปลายนิ้วแตะไล้กลีบปากของชายหนุ่ม...สายตาหลุบจับจ้องมันชั่วครู่...ก่อนเหลือบขึ้นสบกับนัยต์ตาคมเฉี่ยว...เพื่อบอกกล่าวสิ่งที่ต้องการ

" อีกครั้งนะคะ..." สิ้นประโยคนั้นหญิงสาวก็ขยับใบหน้าชิดใกล้ยิ่งกว่าเดิม...ไม่ได้แนบจูบเสียทีเดียว...เพียงตั้งใจให้ริมฝีปากแตะไล้กันไปมา...และผละถอยห่างอย่างเชิญชวนและยั่วเย้า...ครั้งแล้วครั้งเล่า...ธรรมชาติของความเป็นชายถูกปลุกเร้าขึ้นทีละนิด...ชายหนุ่มไม่ได้โง่เขลาจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด...หากทว่าไม่...เขาจะไม่ทำตามความต้องการของหญิงสาว...แต่จะรอคอยให้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนหัวเราะขำขัน...เมื่อชายหนุ่มแกล้งทดถอยศรีษะออกห่างยามที่เธอเคลื่อนริมฝีปากเข้าหา...เช่นคนที่รู้เท่าทันกันและกัน...มือสวยจับประคองใบหน้าเล็กเรียวแสนซนให้อยู่นิ่งเฉย...รอรับจูบหวานๆที่เธอเป็นคนมอบให้...และเป็นจูบที่ลึกซึ้งกว่าครั้งก่อน

 

หนักหน่วงโดยไม่ให้ชายหนุ่มได้ตั้งตัว...และด้วยความไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะรุกเร้ารุนแรงเช่นนี้...ดวงตาคมเฉี่ยวจึงเบิกโตอย่างตื่นตระหนกเมื่อแรกเริ่ม...หากแต่ค่อยๆหลับพริ้มลงในเวลาไม่นาน...ด้วยอดเคลิ้มไปกับรสจูบแสนเร่าร้อนจากหญิงสาวไม่ได้

มือแกร่งสองข้างยังปัดป่ายไปมาข้างลำตัว...คล้ายไม่รู้จะวางที่ใด...และคล้ายเกรงอกเกรงใจอีกฝ่าย...แต่สุดท้ายสัญชาตญานของลูกผู้ชายก็นำพาให้ชายหนุ่มวางฝ่ามือเกาะกุมสะโพกกลมกลึงภายใต้กระโปรงตัวจิ๋ว

จากที่เป็นฝ่ายโดนรุกเร้า...ชายหนุ่มได้ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมเกมส์แทนหญิงสาว...จูบเรียกร้องเว้าวอนให้อีกฝ่ายตอบสนองแนบแน่นขึ้น...ไม่หยุดหย่อน

มือไม้เริ่มไต่สูง...จนมาหยุดป่วนเปี้ยนแถวสีข้างเปลือยเปล่าเนียนละเอียด...ออกแรงขยำน้อยๆตามอารมณ์ที่กำลังปะทุ...เผลอไผล้หลงลืมไปชั่วขณะว่ายังมีเพื่อนรักอีกสองคนยืนอยู่เคียงข้าง...และพวกเขาก็กำลังจับจ้องคนทั้งคู่กอดรัดกันตาไม่กระพริบ

เรื่องราวมากมายที่กำลังเผชิญอยู่...เขาขอวางมันทิ้งไว้...ขอให้เขาได้ทำตามอารมณ์ของตัวเองชั่วระยะหนึ่ง...ลดคลายความหนักอึ้งในหัวใจลงบ้าง...บางทีเรื่องบ้าๆที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้...อาจช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย

.......................

....................................

................................................

" อ๊ะ...เฮ้! "

" เฮ้ระวัง! "

เสียงตะโกนโหวกเหวกรบกวนโสตประสาททำลายช่วงเวลาร้อนรุ่มของชายหนุ่มและหญิงสาว...พร้อมกับบางสิ่งที่เข้ามาปะทะชนด้านหลังแกร่ง...ทำให้เขาต้องหันไปมองเบื้องหลัง...ร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ที่พื้น...มีเพื่อนผิวคล้ำของเขาก้มลงไปถามไถ่อย่างเป็นห่วง...และคอยพยุงร่างนั้นให้ลุกขึ้นยืนโดยที่มีเพื่อนอีกคนคอยช่วยเหลือ...ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวคนนั้นนิ่ง...ก่อนผละจากร่างอวบอัดตรงหน้า...ก้าวเดินเข้าไปหาเพื่อนทั้งคู่ของเขา...เอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดและอยากรู้ในที

" มีอะไรกันชาช่า? "

" ผู้หญิงคนนี้เมามากเลย...เอ้า!ยืนดีๆได้มั้ย...เฮ้!เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ยเธอ!... " คนถูกถามหันมามองหน้าเพื่อนก่อนตอบ...ไม่วายต้องร้องอุทานอย่างตื่นตกใจเมื่อร่างบอบางที่เขาพยายามพยุงให้ยืนตัวตรง...ได้ทิ้งร่างเข้าซบแอบอิงกายของเขาโดยแรง...จนเขาเองก็เซซัดๆถอยหลังไปด้วยไม่ทันได้ตั้งตัว...เห็นดังนั้นมือแกร่งจึงยื่นไปจับดึงลำแขนเรียวเล็กให้ถอยห่างออกจากเพื่อนผิวคล้ำ...พยายามประคองร่างบอบบางให้ยืนนิ่งเช่นเดียวกับที่เพื่อนของเขาได้พยายามทำเมื่อครู่...ก้มลงถามคนตรงหน้าอย่างคนที่มีอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆ

" นี่!ไหวมั้ยเนี่ย...เฮ้!ได้ยินมั้ย...เฮ้!... "

" นี่! เฮ้!..."

ความหวังดีที่ต้องการจะแบ่งเบาภาระของเพื่อน...กลายเป็นการทำให้ตนเองลำบากใจแทน...เมื่อร่างบอบบางเข้ามาสวมกอดเอวหนาแกร่งเอาดื้อๆ...ลำแขนเรียวเล็กคู่นั้นกอดรัดเขาไว้แน่น...แน่นจนรู้สึกอึดอัด

แรงสะอื้นน้อยๆที่รับรู้ได้จากร่างบอบบาง...ทำให้ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังแกะอ้อมแขนคู่นั้นออกไป...ได้แต่ยืนนิ่งให้อีกฝ่ายอาศัยลาดบ่าตนเองเป็นที่ซุกซบและซับน้ำตา...เหลือบตามองเพื่อนเลิ่กๆลั่กๆ...พลางเกาศรีษะสองสามทีก่อนลดมือแตะแผ่นหลังบอบบางสั่นสะท้าน...และตบเบาๆอย่างปลอบโยน

" นี่...เป็นอะไรไป...ร้องไห้ทำไม? " เมื่อรู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับอีกฝ่ายดี...ชายหนุ่มจึงก้มลงกระซิบถามข้างใบหูเล็กด้วยกระแสเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม...ไม่นาน...ร่างบอบบางก็ค่อยๆแหงนเงยใบหน้าขึ้นมา...เขาผงะเล็กน้อยเมื่อปลายจมูกสัมผัสกับพวงแก้มเนียนหอมกรุ่นโดยไม่ได้ตั้งใจ...กลิ่นหอมจากกายของหญิงสาวทำให้หัวใจของเขาเต้นลิงโลดขึ้นทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตาชัดเจน...รู้เพียงแค่พวงแก้มเนียนหอมกรุ่นนั้นก่อกวนจิตใจของเขาจนสั่นรัว...โดยไม่ได้ตั้งใจ...ชายหนุ่มได้หลงลืมร่างอวบอัดที่ยังยืนดูเหตุการณ์อยู่ทางด้านหลังไปเสียสนิท

 

และทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวถนัดตา...ชายหนุ่มก็นิ่งงันไปชั่วขณะ...ใบหน้าสวยคมคาย...ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนช้อยที่ช้อนขึ้นสบตากับเขา...ทำให้เขานิ่งค้างไป....ดวงตาฉ่ำน้ำตาและบอบช้ำจากการร่ำไห้คู่นั้นพราวระยับท่ามกลางความมืดสลัว...ดวงตาที่จ้องมองเขาราวกับร้องขอความเห็นอกเห็นใจ...มันฉุดรั้งให้ชายหนุ่มหลงใหลใฝ่ฝันในตัวหญิงสาวได้อย่างง่ายดายนัก

" พาฉัน...ออกไป...ที่ไหนก็ได้...พาฉันไปที...ฮึกๆ... "

เสียงเครือสะอื้นถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวย...แม้จะแผ่วเบาแต่ชายหนุ่มก็ได้ยินมันชัดเจน...ราวกับถูกคำพูดและดวงตาคู่นั้นสะกด...เพราะชายหนุ่มยินยอมพยักหน้าตอบรับคำขอร้องของหญิงสาวแต่โดยดี...ลำแขนแกร่งโอบรั้งเอวบางกิ่วให้กระชับแน่น...ก่อนประคองร่างบอบบางในอ้อมแขนให้ก้าวเดินไปด้วยกัน

......................

..................................

...........................................

to be continue Part 1

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

แงๆๆๆๆๆๆๆ...อินโทรฟิคอันเก่าหายไปเกินครึ่งเลยเค้าต้องเสียเวลาแต่งใหม่อ่ะ...แต่ก็ออกมาคล้ายๆกันเนอะ

เสียดาย...อันนั้นหวิวและสมบรูณ์กว่านี้อีก กร๊ากกกกก...ฝากเม้นด้วยนะถ้าชอบหรือไม่ชอบ...เค้าจะได้รู้ไงว่าควรอัพต่อมั้ย5555